Construction Tech, Use Case

Share :

4 กระแสเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการก่อสร้างต้องอ่านก่อนสิ้นไตรมาสนี้

จากสงครามตะวันออกกลาง สู่เหล็กแพง อสังหาฯ ซบเซา และโรงงาน FDI ที่กำลังจะผุดขึ้นทั่วประเทศ — ทุกกระแสล้วนส่งสัญญาณที่ชัดเจนพอที่จะตัดสินใจได้แล้ว ถ้าอ่านเป็น

(1). "4 เด้ง" ถล่มเหล็กไทย — ต้นทุนกำลังระเบิดโดยไม่มีใครบอกล่วงหน้า

10–15%

ราคาเหล็กทุกประเภทขึ้น เดือน เม.ย. 2026 (ระลอกแรก)

ผู้ประกอบการเหล็ก / สภาอุตสาหกรรมฯ, 4 เม.ย. 2026

+6%

ราคา Billet จีนช่วงต้นมี.ค. เทียบค่าเฉลี่ยก.พ. 2026 แตะ $134/ตัน

SCB EIC, มี.ค. 2026

$100+

น้ำมันดิบโลกยืนเหนือ $100/บาร์เรล (WTI ~$112, Brent ~$109)

Reuters, 6 เม.ย. 2026
 

47,000 ล้าน

บาท กองทุนน้ำมันไทยติดลบ ภาระเพิ่ม ~1,700 ล้านบาท/วัน

TNN Thailand, เม.ย. 2026

อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญสิ่งที่วงการเรียกว่า “4 เด้ง” พร้อมกัน ได้แก่ (1) ราคาวัตถุดิบนำเข้าพุ่งจากปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ (2) ค่าขนส่งและเบี้ยประกันเรือสูงขึ้นเพราะบริษัทประกันยังไม่กล้าออกกรมธรรม์เรือสินค้า (3) ค่าพลังงานในโรงหลอมแพงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก และ (4) ค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ต้นทุนนำเข้าที่ชำระเป็น USD แพงขึ้นอีก ผู้ประกอบการเหล็กระบุชัดว่านี่คือ การขึ้นราคา “ระลอกแรก” เท่านั้น — รอบถัดไปอยู่ที่เดือนพฤษภาคม

สงครามสหรัฐ-อิสราเอล vs อิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางที่น้ำมัน 20% ของโลก ต้องเดินทางผ่าน — แทบปิดตัว จำนวนเรือลดจาก 130–150 ลำ/วัน เหลือเพียง 0–3 ลำ ดีเซลไทยขึ้น 6 บาทเมื่อ 26 มี.ค. และขึ้นอีก 2.80 บาทเมื่อ 5 เม.ย. Goldman Sachs และรัฐมนตรีพลังงานกาตาร์ต่างเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะ $150/บาร์เรลได้

สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาที่ขึ้นแล้ว คือ ความไม่แน่นอนที่ไม่มีใครรู้ว่าจะขึ้นอีกแค่ไหน ผู้รับเหมาที่ยังใช้ราคาวัสดุแบบ Fixed ใน BOQ กำลังเดินโครงการไปสู่ขาดทุนโดยไม่รู้ตัว เพราะกว่าจะซื้อของจริงก็ผ่านไปแล้ว 60–90 วัน

Quotation ที่ทำไว้ก่อนหน้าไม่สะท้อนต้นทุนจริงอีกต่อไป เหล็กคิดเป็น 30–40% ของ Material Cost ในงานโครงสร้าง ถ้าขึ้น 15% กำไรโครงการหายไปได้ครึ่งหนึ่งในพริบตา

ผู้ที่มีระบบ Track ต้นทุน Real-time จะ “รู้ก่อน” ปิด Gap ได้ทัน ขณะที่คู่แข่งยังนับของในคลังด้วยมือ คุณเห็น Margin จริงได้ในทุกสัปดาห์

แม้จะมีสัญญาณการเจรจา (Brent ลดลง ~6% ช่วงหนึ่งเมื่อ 25 มี.ค.) แต่ Reuters และ Guardian ยังเตือนตรงกันว่าการอ่อนตัวของราคายัง เปราะบางมาก — หากการทูตไม่คืบหน้าหรือมีการโจมตีโครงสร้างพลังงานใหม่ ราคาน้ำมันดีดกลับได้ทันที ซึ่งหมายถึง วัสดุก่อสร้างจะผันผวนรายสัปดาห์ต่อจากนี้ไปตลอดครึ่งปีหลัง 2026

Key Takeaway

หยุดใช้ราคา BOQ แบบ Fixed ได้แล้ว — ต้องมีกลไก ทบทวนราคาวัสดุอย่างน้อยทุก 30 วัน และระบุ Price Adjustment Clause ในสัญญาทุกฉบับ มิฉะนั้นความเสี่ยงอยู่ที่คุณฝ่ายเดียว

Contingency 5% ที่เคยเผื่อไว้ ไม่พอสำหรับตลาดนี้อีกต่อไป — ต้องการ Cost Visibility แบบ Real-time ที่เห็น Committed Cost vs. Actual Spend ก่อนที่ Finance จะโทรมาถามสิ้นไตรมาส

(2). โรงงาน FDI บูม — งานใหม่มาแล้ว แต่นักลงทุนต่างชาติต้องการอะไรที่คุณอาจยังไม่มีโอกาส

1.876 ล้านล้านบาท

คำขอ BOI ทั้งปี 2568 โต 67% จากปีก่อน

Nation Thailand / BOI, ต้นปี 2026

85,000–105,000 ล้านบาท/ปี

ความต้องการก่อสร้างโรงงานใหม่จาก FDI ที่คาดเพิ่มขึ้น

Krungthai COMPASS, 2025
 

96,000 ล้านบาท

BOI อนุมัติ Data Center 7 โครงการในนัดเดียว ต้น 2026

Nation Thailand / BOI, ม.ค. 2026

174,600+ ล้านบาท

FDI จากจีนปี 2567 — สูงกว่าญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ

Krungthai COMPASS / Reuters, 2025

ความไม่แน่นอนด้านภาษีการค้าของสหรัฐฯ กำลังกระตุ้นให้ผู้ผลิตทั่วโลก เร่งกระจายฐานการผลิตในอาเซียน โดยไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบทั้งด้านนโยบาย BOI ที่เป็นมิตร โครงสร้างพื้นฐาน EEC และความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายประเทศ Krungthai COMPASS ประเมินว่า FDI คลื่นใหม่จะสร้างความต้องการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 85,000–105,000 ล้านบาทต่อปี

แต่มีข้อแม้สำคัญ: นักลงทุนต่างชาติ — ไม่ว่าจะจีน ญี่ปุ่น หรือ Multinational — ต่างคุ้นเคยกับการบริหารโครงการในระบบ พวกเขา ต้องการ Progress Report, Cost Tracking และ Milestone Dashboard ที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้รับเหมาที่ลุยก่อสร้างเก่ง ในขณะที่วิกฤตพลังงานยังยิ่งเพิ่มแรงกดดันต้นทุนในโครงการเหล่านี้ด้วย ผู้รับเหมาที่ไม่มีระบบ Track Cost แบบ Real-time อาจเจ็บตัวกลางโครงการโดยไม่รู้ตัว

Contractor ที่ยังทำรายงานผ่าน Excel ไม่มีโอกาสในตลาดนี้ เพราะ Project Owner ต่างชาติต้องการ Dashboard ไม่ใช่ PDF ที่อัปเดตทุก 2 สัปดาห์

Contractor ที่ “ดูเป็นมืออาชีพ” ด้านระบบ จะเข้าถึงลูกค้าที่จ่ายดีกว่าและต้องการความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ประมูลราคาต่ำสุด

กระแส FDI ย้ายฐานการผลิตจาก Trade War ยังจะดำเนินต่อไปอย่างน้อย 2–3 ปี เนื่องจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ยังคงปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง Krungthai COMPASS คาดว่าภายใน 2026–2027 จะเห็นโรงงานก่อสร้างใหม่แบบเร่งรัดโดยเฉพาะในพื้นที่ EEC — ซึ่ง Timeline มักถูกบีบให้สั้นกว่ามาตรฐาน ยิ่งต้องการ PM System ที่ Track ได้จริง

Key Takeaway

ข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมจาก Associated General Contractors (AGC), Gordian, Bloomberg และ Nation Thailand, Khaosod English ณ มีนาคม 2569

งาน FDI คือโอกาสก้าวกระโดด แต่ต้องเตรียม “ภาษาระบบ” ก่อน — Progress Report, Cost Report และ Milestone Tracking ต้องพร้อมก่อนเข้าประมูล ไม่ใช่หลังได้งานแล้วค่อยหา

นี่คือหน้าต่าง สร้าง Track Record กับลูกค้า Tier ใหม่ — บริษัทที่เข้าไปทำโครงการ FDI แรกๆ จะได้ Reference ที่เปิดประตูสู่โปรเจกต์ใหญ่ถัดไปโดยอัตโนมัติ

(3). อสังหาฯ ทรุด — แต่มาตรการรัฐกำลังจะหมดอายุมิถุนายนนี้ นาฬิกากำลังเดิน (Seasonal)

-49%

ยอดขายที่อยู่อาศัยใหม่ H1 ปี 2568

 

REIC / Nation Thailand, 2025

~40%

อัตราปฏิเสธสินเชื่อกลุ่มบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาทในกรุงเทพฯ

Nation Thailand, 2025
 

0.01%

ค่าโอน+จดจำนองที่รัฐลดให้ (จาก 2%+1%) สำหรับที่อยู่อาศัย ≤7 ล้านบาท ถึง 30 มิ.ย. 2569

ครม. / Nation Thailand, 2026
 

1.41 ล้านล้าน บาท

มูลค่ารวมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยปี 2026
Krungsri Research / SCB EIC, 2025

ตลาดอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยไทยกำลังเผชิญวิกฤตที่ลึกที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทั้งยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ร่วง สต็อกเหลือขายล้น และธนาคารที่เข้มงวดสินเชื่อ แต่ในความมืดมนนั้น ครม. ยังขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง เหลือเพียง 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยในราคา ไม่เกิน 7 ล้านบาท มีผลจนถึง 30 มิถุนายน 2569

ความหมายของเส้น Deadline นี้คือ: ทุกโครงการที่สามารถ ปิดการขายและโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมิถุนายน จะได้ประโยชน์มหาศาลทั้งในมุมผู้ซื้อและ Developer ซึ่งแปลว่า Developer ที่มีโครงการค้างอยู่กำลังอยู่ในโหมด “เร่งปิด” อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน — และ Contractor ที่บริหาร Timeline ให้ทัน คือผู้ที่จะได้รับการร้องขอ และ Premium สูงที่สุด

ขณะเดียวกัน Developer ที่อยู่กลางโครงการยังต้องเผชิญ Double Squeeze คือ ยอดขายไม่ดี + ต้นทุนวัสดุสูงขึ้น พร้อมกัน สภาพคล่องตึงตัว ทำให้ความเสี่ยง Payment Dispute กับ Contractor สูงกว่าปกติ

Developer ที่โครงการล่าช้าและไม่มีระบบ Track Timeline จะพลาด Window มาตรการรัฐ ต้นทุนวิ่งทุกวัน แต่รายได้ยังไม่เข้า กระแสเงินสดพัง

Contractor ที่พิสูจน์ว่า “ส่งงานตรงเวลา” ในตลาดนี้คือ Asset หายาก Developer ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อมั่นใจว่าโอนทันมิถุนายน

หลังมิถุนายน 2026 ยังไม่มีสัญญาณว่ารัฐจะต่ออายุมาตรการ Krungsri Research คาด Private Construction จะ “ทรงตัว” ปี 2026 ก่อนค่อยๆ ฟื้นในปี 2027–2028 ตาม EEC Spillover Effect ช่วง Q3–Q4/2026 จึงน่าจะเป็นจุดซบเซาที่สุด ก่อนจะค่อยๆ เห็นทิศทางที่ดีขึ้นในปี 2027

Key Takeaway

ตลาดเงียบ ≠ งานหมด แต่ต้อง คัดเลือก Developer ที่มีสุขภาพการเงินดีก่อนรับงาน และมีระบบ Track ความคืบหน้าที่พิสูจน์ได้ว่าจะส่งงานทัน Deadline มาตรการรัฐ

ถึงเวลา บีบ Timeline ทุกโครงการที่ยังอยู่ในมือ ให้ปิดก่อนมิถุนายน — โครงการที่ล่าช้าไม่ได้แค่พลาดโอกาส แต่ยังเจอต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นในทุกเดือน

(4). EEC + Data Center + โรงงาน ก่อสร้างไทยกำลังเปลี่ยน Shape — และไม่รอใคร (ระยะกลาง)

1.41 ล้านล้านบาท

มูลค่ารวมก่อสร้างไทย 2026 ยังแข็งแกร่ง

Krungsri Research / SCB EIC, 2025

860,000 ล้านบาท

งานก่อสร้างภาครัฐ 2026 ขับเคลื่อนจาก EEC + Mega Projects

Krungsri Research, 2025
 

96,000 ล้านบาท

BOI อนุมัติ Data Center เพียง Q1/2026 นัดเดียว

Nation Thailand / BOI, ม.ค. 2026

2027

แผน EEC Infrastructure & Utilities Action Plan ครอบคลุมถึง 2027

Nation Thailand / BOI, ม.ค. 2026

ภาพที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยคือ การแยกตลาดออกเป็น 2 โลกอย่างชัดเจน — โลกของที่อยู่อาศัยซึ่งซบเซาและหดตัว กับโลกของ Industrial, Infrastructure, และ Digital Facility ซึ่งกลับเติบโตแบบก้าวกระโดด Contractor ที่พึ่งพาแต่งาน Residential เริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว

BOI ประกาศอนุมัติ Data Center ถึง 7 โครงการรวดในนัดประชุมเดียว ต้นปี 2026 มูลค่ารวม 96,000 ล้านบาท — ทั้ง True, GULF+Singtel+AIS, STECON และ Freyr Technology เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Infrastructure ดิจิทัลกำลังกลายเป็น Construction Vertical ใหม่ ที่ต้องการ Contractor ที่เข้าใจมาตรฐาน MEP, Data Center Spec และการบริหารโครงการขนาดใหญ่ในระดับสูง

กระแส Green Building และ Net Zero ยังเป็นอีกตัวแปรที่กำลังเปลี่ยน Requirement ของโครงการใหม่ — ทั้ง EEC และ FDI ต่างชาติต่างมีข้อกำหนด Carbon Footprint ที่ต้อง Comply ซึ่งยิ่งเพิ่มความซับซ้อนในการบริหารโครงการและต้องการระบบ Documentation ที่ครบถ้วน

Contractor ที่ไม่ Upgrade ตัวเองจาก Residential ไปสู่ Industrial/Infrastructure กำลังเผชิญตลาดที่หดตัว ขณะที่ตลาดใหม่ที่โตอยู่ — เข้าไม่ได้

โครงการ EEC และ Data Center ต้องการ PM ที่ Precision สูง — บริษัทที่ลงทุนระบบวันนี้จะได้ตำแหน่งแข่งขันในตลาดที่เติบโตต่อเนื่องถึงปี 2030

Krungsri Research คาดว่าอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวปีละ 2–2.5% ไปจนถึงปี 2570 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก Mega Projects ภาครัฐ, EEC และ Private Industrial Construction Green Building จะกลายเป็น Baseline Requirement ไม่ใช่ Premium ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า Contractor ที่ไม่มีระบบ Documentation สำหรับ Green Compliance จะเริ่มถูก Exclude จาก Tender บางประเภทตั้งแต่ 2027–2028

Key Takeaway

ถ้าต้องการ Upgrade ไปรับงาน Industrial หรือ Infrastructure ต้องเตรียมระบบ PM ที่พิสูจน์ได้ก่อน เพราะ Prequalification ของงานเหล่านี้มักถามถึง System ไม่ใช่แค่ Portfolio

ลงทุนในระบบวันนี้คือ ซื้อตำแหน่งในตลาด EEC + Industrial ที่จะเติบโตต่อเนื่องอีก 5–7 ปี — ช้ากว่านี้ไม่ใช่ประหยัด แต่คือยกโอกาสให้คู่แข่ง

พร้อมรับมือทุกกระแสด้วยระบบที่ใช่?

BUILK iNSITE ระบบภายใต้ BUILK Contech สามารถช่วยให้ผู้รับเหมาและ Developer เห็น Cost, Progress และ Risk แบบ Real-time ก่อนที่ปัญหาจะสายเกินแก้

แหล่งข้อมูล: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย · SCB EIC · Krungthai COMPASS · Krungsri Research · REIC · BOI · Nation Thailand · Reuters · TNN Thailand · Money&Banking Magazine · Dot Property Thailand · Thailand.go.th | บทความนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่เชิงความรู้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย โดย Contech Intelligence Team, Builk One Group · อัปเดตล่าสุด 7 เมษายน 2026

ติดตามบทความ Insight แบบนี้ได้ทุกเดือน

หากคุณกำลังสนใจแนวคิดเกี่ยวกับ Transformation, Workflow Design, Data-Driven Organization  สมัครติดตามเนื้อหาของเราได้เลย เราส่งให้คุณถึงอีเมลเดือนละ 2 ครั้ง ไม่มีสแปม มีแต่เนื้อหาเข้มข้นที่ใช้ได้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Construction Tech, Use Case

ก่อสร้างไทยกลายเป็นตลาดหุ้นแล้ว แต่ไม่มีใครบอกคุณ

Construction Tech, Use Case

วิกฤตน้ำมัน 2026 ซัดอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ใครรอด ใครล่ม?

Construction Tech, Use Case

บริหารโครงการก่อสร้างอย่างรวดเร็วแบบ Fast Track Management ด้วย “Time Team Tech”